ขนส่งและโลจิสติกส์
เคลมประกันขนส่งสินค้า เหล็กข้ออ้อยเสียหาย 100 ตัน: จัดการซากเร็ว ช่วยผู้ขนส่งลดภาระค่าเสียหายส่วนแรก 73%

📋 สถานการณ์
ผู้ประกอบการขนส่ง 2 ราย ซึ่งเป็นลูกค้าประกันภัยขนส่งสินค้าของเบญจมินทร์ ขนส่งเหล็กข้ออ้อยกว่า 11,000 เส้น น้ำหนักประมาณ 100 ตัน ให้ผู้รับสินค้ารายหนึ่ง เมื่อสินค้าถึงปลายทาง ตรวจพบสนิมที่ผิวเหล็ก ซึ่งทำให้ขายในราคาเต็มไม่ได้
ผู้รับสินค้าจึงออกหนังสือเรียกร้องค่าเสียหายถึงผู้ขนส่งทั้งสองราย รวมประมาณ 2.08 ล้านบาท
⚠️ ความท้าทาย
ภายใต้กรมธรรม์ของผู้ขนส่งทั้งสองราย ค่าเสียหายส่วนแรกคิดเป็น 10% ของยอดความเสียหายที่เรียกร้อง ยิ่งยอดเรียกร้องสูง ผู้ขนส่งก็ยิ่งต้องรับภาระเองมาก ถ้ายอดความเสียหายยังเป็นราคาสินค้าเต็มจำนวน ผู้ขนส่งทั้งสองรายจะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกรวมราว 208,000 บาท
เหล็กที่เสียหายยังมีมูลค่าซากสูง แต่ปริมาณ 100 ตันถือเป็นซากล็อตใหญ่ ผู้รับซื้อที่รับได้ทั้งหมดในเวลาสั้นมีไม่มาก ถ้าปล่อยเข้าตลาดซากทั่วไป เคสมีโอกาสยืดเยื้อทั้งเรื่องราคาและกำหนดรับของ
🛠 สิ่งที่เบญจมินทร์ทำ
ทีมเคลมของเบญจมินทร์เน้นจัดการซากให้เร็วและได้มูลค่าที่เหมาะสม เพื่อให้ยอดความเสียหายสะท้อนความเสียหายจริง ดังนี้
- หาผู้รับซื้อซากจากเครือข่ายของเบญจมินทร์ ที่มีศักยภาพรับเหล็กทั้งล็อตได้หลายเที่ยวในเวลาสั้น
- ประสานให้ผู้รับซื้อซากซื้อเหล็กโดยตรงจากผู้รับสินค้า ในราคาที่ผู้รับสินค้ายอมรับได้ ทำให้มูลค่าซากถูกนำมาหักออกจากความเสียหายตั้งแต่ต้น
- ประสานทุกฝ่ายให้เห็นข้อมูลชุดเดียวกัน ทั้งผู้รับสินค้า ผู้ขนส่ง ผู้รับซื้อซาก และผู้สำรวจภัยของบริษัทประกัน
- จัดทำเอกสารที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ ผูกจำนวนเส้น ล็อต และเที่ยวรถเข้ากับเอกสารทุกชุด
- ยื่นเคลมตามความเสียหายสุทธิที่ผู้ขนส่งรับภาระจริง หลังหักมูลค่าซากแล้ว
✅ ผลลัพธ์
ยอดความเสียหายที่ใช้ตั้งเคลมลดลงจากราว 2.08 ล้านบาท เหลือราว 570,000 บาท ผลที่ได้คือ:
- ผู้ขนส่ง: ค่าเสียหายส่วนแรกลดจากราว 208,000 บาท เหลือราว 57,000 บาท ลดลงราว 151,000 บาท หรือ 73%
- บริษัทประกัน: ค่าสินไหมที่จ่ายลดลงราว 38,000 บาท เมื่อเทียบกับการขายซากตามน้ำหนักแบบทั่วไป
- ผู้รับสินค้า: ได้รับชดใช้ครบตามที่ตกลง และไม่ต้องจัดการขายซากเอง
เคสปิดได้เร็ว เพราะเรื่องมูลค่าซากได้ข้อยุติตั้งแต่วันที่ผู้รับซื้อเข้ารับเหล็ก
💡 บทเรียน
เมื่อสินค้าเสียหายระหว่างขนส่งแต่ยังมีมูลค่าเหลืออยู่ การจัดการซากให้เร็วและได้ราคาที่เหมาะสม ช่วยให้ยอดความเสียหายสะท้อนความเสียหายจริง ส่งผลให้ทั้งผู้ขนส่งและบริษัทประกันรับภาระน้อยลง โดยผู้รับสินค้ายังได้รับการชดใช้ครบ
ช่วงเวลาที่ควรปรึกษาที่ปรึกษาเคลมคือทันทีที่ได้รับหนังสือเรียกร้องค่าเสียหาย ก่อนตกลงยอดหรือขายซาก
เงื่อนไขค่าเสียหายส่วนแรกและผลการพิจารณาสินไหมแตกต่างกันไปตามกรมธรรม์และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
ถ้ารถของคุณเพิ่งเกิดเหตุ หรือได้รับหนังสือเรียกร้องค่าเสียหาย ปรึกษาทีมเคลมของเบญจมินทร์
พร้อมให้เบญจมินทร์ดูแลคุณแล้วหรือยัง?
ให้เราเป็นทีมบริหารความเสี่ยงของคุณ