วิธีการเคลมประกันรถยนต์กรณีเกิดอุบัติเหตุ ครบทุกขั้นตอน

อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ชี้ขาดว่าคุณจะได้รับความคุ้มครองเต็มที่หรือไม่ คือขั้นตอนที่คุณทำในไม่กี่นาทีแรก การเคลมที่ถูกต้องไม่ได้เริ่มที่การโทรหาบริษัทประกัน แต่เริ่มตั้งแต่วินาทีที่รถหยุดนิ่ง บทความนี้สรุปวิธีการเคลมประกันรถยนต์กรณีเกิดอุบัติเหตุแบบครบทุกขั้นตอน เพื่อให้คุณจัดการได้อย่างมั่นใจแม้ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด
ขั้นตอนที่ 1 ตั้งสติและดูแลความปลอดภัยก่อนเสมอ
เปิดไฟฉุกเฉินทันที และประเมินว่ามีผู้บาดเจ็บหรือไม่ หากมีผู้บาดเจ็บให้โทร 1669 (การแพทย์ฉุกเฉิน) เป็นอันดับแรก หากเป็นเหตุเล็กน้อยและรถยังเคลื่อนที่ได้ ควรขยับรถออกจากช่องจราจรเพื่อความปลอดภัย แต่ถ้าเป็นเหตุที่มีข้อพิพาทเรื่องความรับผิด มีผู้บาดเจ็บ หรือคู่กรณีไม่ยอมความ ให้คงสภาพจุดเกิดเหตุไว้จนกว่าเจ้าหน้าที่จะมาถึง
ขั้นตอนที่ 2 เก็บหลักฐานให้ครบ
หลักฐานคือหัวใจของการเคลม โดยเฉพาะกรณีมีคู่กรณี ให้ถ่ายรูปและวิดีโอสิ่งเหล่านี้
- จุดที่เกิดการชนและตำแหน่งรถทั้งสองคันก่อนขยับ
- ความเสียหายของรถทุกมุม
- ทะเบียนรถคู่กรณี
- สภาพแวดล้อม เช่น สัญญาณไฟ ป้ายจราจร สภาพถนน
- ชื่อและเบอร์ติดต่อของคู่กรณีและพยาน (ถ้ามี)
หากมีกล้องหน้ารถ ให้เซฟไฟล์ไว้ทันทีเพื่อป้องกันการบันทึกทับ
ขั้นตอนที่ 3 แจ้งบริษัทประกันทันที
โทรสายด่วนของบริษัทประกันหรือแจ้งผ่านโบรกเกอร์ของคุณโดยเร็วที่สุด เตรียมข้อมูลให้พร้อม ได้แก่ เลขกรมธรรม์ ทะเบียนรถ สถานที่เกิดเหตุ และลักษณะการชน เจ้าหน้าที่จะแนะนำว่าเป็นการเคลมแบบมีคู่กรณีหรือไม่มีคู่กรณี และจะส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอุบัติเหตุ (เซอร์เวเยอร์) มาที่จุดเกิดเหตุ
ขั้นตอนที่ 4 รอเซอร์เวเยอร์และรับใบเคลม
เมื่อเซอร์เวเยอร์มาถึง จะตรวจสอบความเสียหายและออกเอกสารสำคัญให้ กรณีมีคู่กรณีจะได้ใบเคลมที่ระบุฝ่ายถูกฝ่ายผิด กรณีไม่มีคู่กรณีจะได้ใบรับรองความเสียหาย เก็บเอกสารนี้ไว้ให้ดีเพราะต้องใช้ตอนนำรถเข้าซ่อม อย่ายอมความหรือรับเงินสดจากคู่กรณีก่อนแจ้งประกัน เพราะอาจเสียสิทธิ์ในการเรียกร้องภายหลัง
ขั้นตอนที่ 5 แยกกรณีมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี
- มีคู่กรณี เซอร์เวเยอร์จะประเมินว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด หากคุณเป็นฝ่ายถูกและมีประกันชั้น 1 จะซ่อมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากเป็นฝ่ายผิด ประกันชั้น 1 ยังคุ้มครองรถของคุณ แต่ประกันชั้น 2+ และ 3+ จะคุ้มครองเฉพาะกรณีมีคู่กรณีเท่านั้น
- ไม่มีคู่กรณี เช่น เฉี่ยวเสาหรือขอบทาง เฉพาะประกันชั้น 1 เท่านั้นที่คุ้มครอง และอาจมีค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ตามที่ระบุในกรมธรรม์
- รถชนแล้วหนี ให้แจ้งความลงบันทึกประจำวันเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการเคลม
ขั้นตอนที่ 6 นำรถเข้าซ่อม
นำใบเคลมและรถเข้าซ่อมตามสิทธิ์ในกรมธรรม์ ประกันแบบซ่อมห้าง (ศูนย์บริการ) จะซ่อมที่ศูนย์ยี่ห้อรถ ส่วนแบบซ่อมอู่จะซ่อมที่อู่ในเครือของบริษัทประกัน ตรวจสอบเงื่อนไขนี้ก่อนเลือกซื้อกรมธรรม์ทุกครั้ง เพราะมีผลต่อค่าเบี้ยและคุณภาพการซ่อม
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการเคลม
- สำเนากรมธรรม์หรือเลขกรมธรรม์
- สำเนาใบขับขี่ของผู้ขับขณะเกิดเหตุ
- สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนรถ
- ใบเคลมหรือใบรับรองความเสียหายจากเซอร์เวเยอร์
- บันทึกประจำวันจากตำรวจ (กรณีรถชนแล้วหนีหรือมีข้อพิพาท)
ข้อควรระวังที่คนส่วนใหญ่มองข้าม
- เมาแล้วขับไม่คุ้มครองตัวเอง ตามประกาศของ คปภ. ผู้ที่ดื่มแล้วขับจะไม่ได้รับความคุ้มครองความเสียหายต่อรถและตัวผู้ขับของตนเอง ประกันยังจ่ายให้บุคคลภายนอก แต่บริษัทมีสิทธิ์ไล่เบี้ยเรียกค่าเสียหายคืนจากผู้ขับ
- พ.ร.บ. กับประกันภาคสมัครใจคนละส่วนกัน พ.ร.บ. คุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อร่างกายของคนเท่านั้น ส่วนความเสียหายต่อตัวรถต้องใช้ประกันภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+, 3)
- อย่าปล่อยเวลานานเกินไป สิทธิ์เรียกร้องค่าสินไหมมีอายุความ ควรแจ้งและดำเนินการให้เร็วที่สุด
เบญจมินทร์ ช่วยคุณได้อย่างไร
จุดที่คนส่วนใหญ่เจอปัญหาไม่ใช่ตอนซื้อประกัน แต่คือตอนเคลม โดยเฉพาะเคสที่มีข้อพิพาทเรื่องความรับผิด กรณีคืนทุนประกัน เคลมที่บริษัทประเมินให้ต่ำกว่าที่ควร หรือกรณีฟลีตรถเชิงพาณิชย์ที่ซับซ้อน
สนง.ตัวแทนนายหน้าประกันภัย เบญจมินทร์ ไม่ได้เป็นแค่โบรกเกอร์ที่ขายกรมธรรม์ แต่เป็นที่ปรึกษาด้านการเคลมที่อยู่เคียงข้างลูกค้าตั้งแต่นาทีแรกที่เกิดเหตุ เราช่วยประสานงานกับบริษัทประกัน ตรวจสอบว่าคุณได้รับความคุ้มครองครบตามสิทธิ์ และเจรจาแทนคุณในกรณีที่การเคลมไม่เป็นธรรม นี่คือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าเลือกอยู่กับเราในระยะยาว
หากคุณต้องการที่ปรึกษาที่ดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ ติดต่อ เบญจมินทร์ ได้ที่ 02-8935561-2 หรือ Line: @benjamin (มี@)
พร้อมให้เบญจมินทร์ดูแลคุณแล้วหรือยัง?
ให้เราเป็นทีมบริหารความเสี่ยงของคุณ